วิปัสสนาในเรือนจำ

ความเป็นมา


     หลักสูตรการอบรมวิปัสสนาในเรือนจำเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2518 ที่รัฐชัยปุระ ประเทศอินเดีย  แม้จะมี
การอบรมถึงสามครั้ง  ครั้งหนึ่งสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอีกสองครั้งสำหรับนักโทษ  แต่ก็ไม่มีการจัดอบรมใดๆ
ในเรือนจำอีกเลยเป็นเวลาเกือบ 15 ปี
     จวบจนกระทั่งปีพ.ศ. 2536 นางคิราน เบดิ ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้บังคับการใหญ่เรือนจำทิหาร์ในกรุงนิวเดลี ซึ่ง
เป็นเรือนจำที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีนักโทษทั้งสิ้นเกือบ 10,000 คน  เธอพยายามหาวิธีการที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเตรียมนักโทษให้พร้อมที่จะกลับสู่สังคม  หากยังเป็นการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในเรือนจำให้มี
ความสงบปรองดองมากขึ้น  และเธอก็ได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิปัสสนา  รวมทั้งที่เคยมีการอบรมในเรือนจำมาก่อน
     การอบรมวิปัสสนาหลักสูตร 10 วันจึงเริ่มต้นขึ้นที่เรือนจำทิหาร์เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2537 จากนั้นก็มีการจัด
อบรมทั้งนักโทษทั้งหญิงชายอีกหลายครั้ง รวมถึงการอบรมครั้งที่ใหญ่ที่สุด คือ มีนักโทษเข้าร่วมกว่า 1,000 คน
ซึ่งในการอบรมครั้งนั้นได้มีการบันทึกภาพ จัดทำเป็นภาพยนตร์สารคดีชื่อ "Doing Time, Doing Vipassana" หรือ
"วิปัสสนาในเรือนจำ" โดยได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยมในเวลาต่อมา และมีการออกอากาศเผยแพร่ทางโทรทัศน์ไป
ทั่วโลก (ภาพยนตร์ชุดนี้ ทางมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนาฯ ได้รับลิขสิทธิ์แปลเป็นภาคภาษาไทยแล้ว)
     ปัจจุบันมีการจัดอบรมหลักสูตรวิปัสสนาในเรือนจำขึ้นเป็นประจำที่ทิหาร์ และเรือนจำอื่นๆ ในประเทศอินเดีย
นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมวิปัสสนาถึง 17 ครั้งสำหรับนักเรียนตำรวจหลายพันนายในวิทยาลัยตำรวจที่กรุงนิวเดลี
ส่วนในต่างประเทศนั้นได้มีการจัดอบรมหลักสูตรวิปัสสนาในเรือนจำขึ้นที่ไต้หวันและสหรัฐอเมริกา
     สำหรับประเทศไทยมีการจัดอบรมวิปัสสนาในเรือนจำขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2545 ที่ศูนย์
ชุมชนบำบัดคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา สำหรับนักโทษชายที่ต้องโทษคดียาเสพติด และในเดือนกรกฎาคม
พ.ศ.2545 สำหรับนักโทษหญิงที่ต้องคดีเดียวกัน  ทั้งนี้นักโทษทั้งหมดที่เข้ารับการอบรมหลักสูตรวิปัสสนาในเรือนจำ
ล้วนต้องเป็นผู้ที่สมัครใจเข้ารับการอบรมด้วยตนเอง โดยไม่ถูกบีบบังคับแต่อย่างใด


ผลการอบรมนักโทษชายที่ทัณฑสถานคลองไผ่

     จากการอบรมหลักสูตรวิปัสสนาในเรือนจำครั้งแรกในประเทศไทย แก่นักโทษชายที่ต้องโทษคดียาเสพติดทั้งสิ้น
49 ราย ณ ทัณฑสถานคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.-2 มิ.ย. พ.ศ.2545  ผู้ต้องขังหลายคน
ที่เข้าร่วมการอบรมได้สะท้อนความในใจภายหลังจากเสร็จสิ้นการอบรมต่างๆ ดังนี้
     นักโทษคนหนึ่งกล่าวว่า "ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้มาติดคุกในที่นี้ ได้มาพบเจอกับสิ่งดีๆ ในช่วงที่คิดว่าแย่
ที่สุดในชีวิต"
     อีกรายเห็นว่า "เท่าที่ผ่านมาพวกผมไม่เคยได้รับการดูแลทางด้านจิตใจมาก่อน  ถึงจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย
ก็ตาม  แต่การได้เข้าอบรมวิปัสสนาครั้งนี้ ทำให้รู้สึกว่าจิตใจของพวกผมได้รับการดูแลเอาใจใส่  ผมทราบซึ้งในน้ำใจ
ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดอบรมในครั้งนี้มาก และจะปฏิบัติต่อไปตลอดชีวิต
"
     นอกจากนี้ยังมีผู้ที่สะท้อนถึงผลจากการเข้าอบรมอันเกิดขึ้นกับตนว่า "เมื่อก่อนผมคิดว่าเสพยาเสพติดทำให้ผม
มีความสุข  แต่หลังจากปฏิบัติวิปัสสนาแล้ว ผมถึงได้รู้ความจริงว่า ที่จริงมันก่อให้เกิดทุกข์ มีแต่โทษ  การปฏิบัติ
ต่างหากที่จะให้ความสุข และช่วยให้ผมเป็นคนดีได
้"
     ส่วนอีกรายบอกว่า "เมื่อก่อนผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนผิดที่ต้องมามีชีวิตแบบนี้  แต่หลังจากปฏิบัติ ผมก็
สำนึกได้ว่าที่ผ่านมาผมเป็นคนผิด ทำให้ตัวเองและสังคมต้องเดือดร้อน  ผมเสียใจมากที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวังในตัว
ผม  ต่อไปผมจะกลับตัวใหม่ จะบอกเพื่อนๆ ที่ติดยา ที่ขายยาให้เลิกเสีย
"
     หลังเสร็จสิ้นการอบรมดังกล่าว ได้มีการติดตามผลผู้ต้องขังที่เข้ารับการอบรมทั้งหมด ซึ่งผู้อำนวยการศูนย์ชุมชน
บำบัดคลองไผ่ได้รายงานผลให้มูลนิธิฯ ทราบว่า ในจำนวนนักโทษที่เข้ารับการอบรมทั้งหมด มี 25 รายที่ยังคงปฏิบัติ
อย่างต่อเนื่อง โดยเลิกสูบบุหรี่ ใช้คำพูดหยาบคาย  ทั้งยังขอแยกห้องขังออกไป เพราะไม่ต้องดูทีวีในตอนกลางคืน
เหมือนที่ผ่านมา  ส่วนอีก 15 ราย แม้จะยังคงสูบบุหรี่ ดูทีวี  แต่ก็ยังคงปฏิบัติวิปัสสนาต่อเนื่องเช้า-เย็น มีเพียง 9
รายเท่านั้นที่ไม่สนใจจะปฏิบัติต่อ  เนื่องจากเห็นว่าตนเองใกล้พ้นโทษแล้ว  แต่บอกว่าจะนำคำสอนที่ได้เรียนรู้มา
ไปใช้ในชีวิต